เห็ดฟางค่อนข้างได้รับความนิยมในบ้าน เพราะสามารถนำมาทำเมนูอาหารได้หลายอย่าง อาทิเช่น ต้มยำ ต้มจืด ต้มน้ำปลา ผัดใส่ไข่ ผัดกะเพรา และนำมาเป็นส่วนประกอบของยำหลากลายชนิด ที่สำคัญนอกจากอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยสารอาหารหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย แล้วทราบกันไหมค่ะ ว่าเราสามารถเพาะเห็ดฟางทานเองได้ แบบไม่ยากอีกด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีด้วยกันหลายวิธี แต่วันนี้เรามีมาแนะนำกันสองแบบ ใครสนใจตามไปดูกันได้เลย

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า
วัสดุที่ใช้
ตะกร้าพลาสติก, ฟางข้าว, อาหารเสริม,แป้งสาลี, เชื้อเห็ดฟาง, พลาสติกผืนใหญ่, โครงไม้ไผ่
วิธีการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า
1. นำฟางใส่ในตะกร้า สูงประมาณ 2 นิ้ว กดฟางให้แน่น
2. โรยอาหารเสริมประมาณ 1 ลิตร ต่อ 1 ชั้น โดยให้โรยบริเวณขอบตะกร้า
3. จากนั้นให้นำเชื้อเห็ด ไปผสมกับแป้งสาลีคลุกเคล้าเพียงเบาๆ ให้แป้งติดผิวด้านนอกของตัวเชื้อ เพื่อให้เป็นอาหารและช่วยให้เชื้อเจริญเติบโตได้ดี จากนั้นนำไปโรยบริเวณที่มีอาหารเสริม บนอันเสร็จการเพาะเห็ดตะกร้าชั้น ที่ 1 ทำชั้นต่อไปกันได้เลย โดยทำแบบชั้นแรก
4. ตามด้วยนำฟางมาโรยทับด้านบนจนทั่ว
5. นำน้ำสะอาดมาลดลงด้านบนให้ชุ่ม
6. ควรหาโครงไม้ไผ่ลักษณะคล้ายสุ่มไก่มาครอบคลุมตะกร้าที่ทำการเพาะเห็ดไว้
7. แล้วหาพลาสติกผืนใหญ่คลุมโครงไม้ไผ่ให้มิด

วิธีการเพาะเห็ดฟางแบบกองสูง
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
เชื้อเห็ดฟาง, ฟาง, อาหารเสริม, พลาสติกใสผืนใหญ่, ลังไม้
วิธีการเพราะพันธ์เห็ดฟางแบบกองสูง
1. หาไม้แบบมาทำลังไม้สำหรับเพาะเห็ดฟางมาเตรียมไว้ โดยให้มีขนาดตามต้อการแต่ไม่ควรให้สูงจนเกินไป เพราะจะทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่ดีพอ
2. นำฟางที่จะใช้แช่น้ำทิ้งไว้ให้ชุ่ม แล้วนำมาใส่ในลังไม้ที่ได้ทำเตรียมไว้อัดฟางให้แน่น
3. ให้นำอาหารเสริมมาโรย และตามด้วยเชื้อเห็ด รอบลังไม้ โดยให้โรยในลักษณะชิดขอบลังไม้
4. จากนั้นใส่ฟางด้านบนแล้วรดน้ำจนชุ่ม อัดฟางให้แน่น
5. ทำชั้นต่อไปแบบข้อ 4 -5 แต่ไม่ควรให้ชั้นสูงมากจนเกินไป จากนั้นยกลังไม้ออก
6. ให้นำพลาสติกที่เตรียมไว้มาคลุมกองฟางที่เพาะเห็ด เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิของกองฟาง
7. ทำการรดน้ำรอบกองฟางทุกวัน ถ้าจะทำกองต่อไปให้ทำตามวิธีด้านบนอีกครั้ง
หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ เห็ดก็จะออกและสามารถเก็บเกี่ยวนำไปรับประทาน หรือนำไปขายสร้างรายได้ต่อไปกันได้เลย



