พบกันอีกครั้งกับ สัตว์เลี้ยง แสนน่ารัก แม้ว่าจะเป็นปัญหาที่ไม่ได้พบบ่อยนัก แต่ก็มีหลายคนที่ยังคงเผชิญกับปัญหาที่ว่า “สุนัขของตัวเองไม่เห่า!” ซึ่งแน่นอนว่าปกติการเห่าคือสัญชาตญาณที่สุนัขต้องแสดงออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่ผิดปกติอยู่ใกล้ตัวหรือมีคนแปลกหน้ามาเข้าใกล้ นับเป็นสิ่งสำคัญที่เราอยากเลี้ยงสุนัขเพื่อให้มาดูแลบ้านนี่เอง แต่สำหรับสุนัขของบางคนกลับมีปฏิกิริยาแตกต่างจากสุนัขตัวอื่น คือ มักจะนิ่งและกลัวกับสิ่งผิดปกติจนต้องหนีเตลิดไปซะอีก ทำให้เหมือนตอนนี้เราเลี้ยงเขาไว้เป็นแค่เพื่อนเล่นในเวลาที่เหงาหรือเศร้าเท่านั้นจนเกิดความสงสัย ไขข้อสงสัย เหตุใดสุนัขของเราจึงไม่เห่าเลย ไม่ว่าจะกรณีเจอเราหรือเจอสิ่งที่แปลก ผิดปกติก็ไม่ยอมเห่า แบบนี้จะแก้ไขอย่างไรดี หรือว่าสุนัขเราจะมีความผิดปกติในทางจิตเวช? ต้องบอกว่า ปัจจัยที่ทำให้สุนัขไม่กล้าเห่าปกติจะมี 3 ปัจจัย ซึ่งคุณลองสังเกตพิจารณาดูว่าเคสของสุนัขคุณเป็นเช่นไรแล้วปรับเปลี่ยนดู โดยอาจพาไปพบสัตวแพทย์ด้วยก็จะดีมาก ดังนี้
ไขข้อสงสัย ทำไมสุนัขไม่กล้าเห่า ดังนี้

สุนัขของคุณยังเด็กจึงไม่เห่า
ในกรณีนี้หากสุนัขของคุณยังอยู่ในวัยเด็กหรือเป็นเพียงลูกสุนัขที่อายุเพียงแค่ 3 – 4 เดือนอยู่ก็ย่อมจะเป็นเรื่องปกติที่สุนัขจะไม่เห่าเวลาที่เจอสิ่งที่ผิดปกติ เพราะเขาจะยังไม่รู้วิธีการเห่าเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่ผิดปกตินั้น ๆ ได้ แม้แต่การขู่ หรือ การใช้น้ำเสียงกับระดับการเห่า แต่จะเป็นเพียงผู้ที่จับตาดูเพียงเท่านั้น อีกทั้งเขาก็ยังมีความกลัวในสิ่งที่ผิดปกติด้วยจึงยังไม่ใช่วัยที่เหมาะสมกับการเฝ้าบ้าน ต้องรอให้เขาโตอีกนิด
สุนัขของคุณค่อนข้างขี้กลัวจึงไม่เห่า

การที่สุนัขของคุณโตแล้วและยังไม่เห่าก็สามารถเกิดจากการที่เขาเป็นสุนัขที่ค่อนข้างขี้กลัว เนื่องจากในอดีตเคยเจอมนุษย์หรือสัตว์ร้ายที่ทำร้ายจนร่างกายกับจิตใจบอบช้ำสาหัสมาแล้ว จึงทำให้เขาไม่กล้าที่จะเห่าเพื่อต่อกร ท้าทาย ข่มขู่สิ่งที่ผิดปกติหรืออะไรแปลก ๆ เพราะกลัวจะสู้ไม่ไหว ซึ่งโดยส่วนใหญ่สุนัขนิสัยแบบนี้ที่ไม่ค่อยเห่าจะเป็นสุนัขจรจัดนิสัยใจอ่อน เศร้าซึมที่เคยลำบากมาก่อน ถูกไล่ ผ่านโลกที่โหดร้ายตัวเดียวมานานจึงค่อนข้างกลัว
สุนัขของคุณมีความกดดันจากการเลี้ยงดูจึงไม่เห่า

กรณีนี้หากคุณที่เป็นเจ้าของมักจะดุ ตะคอก ขึ้นเสียงแรง ๆ ใส่สุนัขตัวเองบ่อย ๆ เวลาที่เขาส่งเสียงดังหรือเล่นซนก็จะทำให้สุนัขกลายเป็นสุนัขที่มีนิสัยกดดัน ไม่กล้าที่จะส่งเสียงเห่าเพราะกลัวว่าคุณจะไม่รักเขา และเอาเขาไปทิ้งได้ อีกทั้งยังทำให้หมดไฟกับการใช้ชีวิตเล่นอย่างอิสระไม่เหมือนกับสุนัขอื่น ๆ ด้วย คุณจำเป็นที่จะต้องลดการดุให้มากที่สุดและอาจมีการพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการบำบัดจิตใจสุนัขให้กลับมาเป็นปกติร่วมด้วย
อัพเดทสาระน่ารู้เกี่ยวกับ สัตว์เลี้ยง เพิ่มเติมที่ ต้าวววของบ้าน



