
ใกล้เข้าฤดูฝนมากขึ้นทุกทีสิ่งที่มักจะตามมาพร้อมกับฝนและความชื้นนั้นก็คือรา เป็นสิ่งสกปรกที่พร้อมจะขึ้นบนพื้นผิวหากมีความชื้นในระดับที่กำลังพอดี หากราไปขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์ของเราและฝังแน่นจะทำให้มันดูสกปรกและดูเก่าเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นเชื้อราเหล่านี้ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในบ้านอีกด้วยโดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจอย่างเช่นภูมิแพ้ ดังนั้นเพื่อเตรียมรับความชื้นจากฤดูฝนในวันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการทำความสะอาดคราบราบนหนังให้หมดไปอย่างง่ายดายกัน
สูตรกำจัดคราบราบนหนังให้หายไปอย่างง่ายดาย

- รับบิ้งแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้สำหรับการล้างแผลมันจึงมีความรุนแรงมากกว่าแอลกอฮอล์ทั่วไปที่เราใช้สำหรับการฆ่าเชื้อทำความสะอาดภายในบ้าน วิธีการคือนำเฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องการจะทำความสะอาดออกไปยังบริเวณนอกบ้านเพื่อไม่ให้เชื้อราแพร่กระจาย ใช้แปรงปัดฆ่าปลาออกแล้วนำเครื่องดูดฝุ่นมาดูดออกให้หมด นำฟองน้ำชุบน้ำสบู่เช็ดให้ทั่วแล้วนำผ้าเปียกมาเช็ดเอาสบู่ออก นำรับบิ้งแอลกอฮอลผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 ต่อ 4 นำภาพแห้งมาชุบจนเปียกแล้วเช็ดบริเวณที่เป็นคราบ จากนั้นให้ทิ้งไว้จนแห้งสนิท
- น้ำส้มสายชู เครื่องปรุงที่สามารถใช้ทำความสะอาดได้อย่างยอดเยี่ยมโดยฤทธิ์ที่เป็นกรดของมัน วิธีการคล้ายกับการใช้รับบิ้งแอลกอฮอล์ เพียงแต่ให้น้ำเอาน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าในอัตรา 1 ต่อ 1 แทน
- เบกกิ้งโซดา เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาทำความสะอาดหลายขั้นตอน หลังจากที่นั่งอำเภอนิเจอร์ออกมาภายนอกบ้านแล้วให้นำเอาเบกกิ้งโซดามาโรยบริเวณที่เป็นเชื้อราลงไป ทิ้งไว้เป็นเวลา 20 นาที จากนั้นให้นำเครื่องดูดฝุ่นมาทำความสะอาดออกให้หมด หากต้องการทำความสะอาดอย่างเข้มข้นเฉพาะจุดก็สามารถนำเอาไปผสมกับน้ำอุ่นและน้ำส้มสายชูหรือน้ำยาล้างจานแล้วใช้ผ้าชุบเช็ดเอาคราบราออกก็ได้เช่นเดียวกัน
- ไขปลาวาฬ เป็นวัสดุสำหรับการขัดหนังที่เหมาะสำหรับการใช้งานในเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มีการเคลือบหนังมาก่อน วิธีการใช้งานคือนำเอาถ้าเปียกหรือฟองน้ำที่ชุบน้ำมาจนบาทเล็กน้อยแต้มลงไปบนไขปลาวาฬ นำไปถูเบาๆบริเวณที่สกปรกจนเกิดฟอง จากนั้นนำผ้าเปียกมาเช็ดเอาไขปลาวาฬออกให้หมดแล้วทิ้งไว้จนแห้งสนิท
คราบราบนหนังป้องกันได้ด้วยการเคลือบบำรุง

หากคุณมีเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นหนังไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้หรือโซฟา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบราบนหนังสามารถป้องกันได้ด้วยการเคลือบยาบำรุงหนัง พื้นผิวของหนังเราก็จะไม่เหมาะสำหรับการเกาะของเชื้อราอีกต่อไป ปัญหาเชื้อราภายในบ้านก็จะหมดไปอย่างสิ้นเชิง



