อะไรต้องซักบ่อยแค่ไหน ไขความข้องใจความถี่ในการซักของใช้ภายในบ้าน

เป็นปกติที่เรามักจะซักเสื้อผ้าที่ใช้แล้วเป็นประจำ แต่ของใช้ภายในบ้านอื่นๆ ที่ต้องซักเรากลับสับสนว่าความจริงแล้วเราต้องซักพวกมันบ่อยแค่ไหน เพราะของบางอย่างนั้นเราก็แทบจะไม่ได้ใช้หรือจับต้องพวกมันเลยด้วยซ้ำไป อย่างเช่นผ้าม่าน ผ้าคลุมโซฟา ของที่เราใช้เป็นประจำอย่างเช่นผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ผ้าเหล่านี้เป็นวัสดุที่หากเราจะซักต้องใช้เวลานานแถมยังต้องวางแผนให้ดีอีกด้วย จะซักเป็นประจำทุกวันไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน วันนี้เราจึงจะมาแนะนำความถี่ในการซักของใช้ภายในบ้านให้ลองไปปรับทำตามกัน ความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการซักของใช้ภายในบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ ผ้าเช็ดตัว เป็นของใช้ภายในบ้านที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน แม้ว่ามันจะใช้เช็ดตัวของเราหลังจากที่ทำความสะอาดด้วยการอาบน้ำมาแล้ว แต่มันก็จำเป็นจะต้องซักหลังใช้งานเพียงแค่ 3-4 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากเวลาที่เราเช็ดตัวจะมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกมาแล้วไปติดอยู่ตามผ้าจนกลายเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ควรซักทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะปลอกหมอนที่เวลาเราหนุนนอนหน้าของเราก็มักจะไปเสียดสีอยู่บนนั้น หากไม่ทำความสะอาดอยู่เป็นประจำก็จะก่อให้เกิดสิวได้ เช่นเดียวกับผ้าปูที่นอนโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้นอนในห้องแอร์ บางครั้งอาจร้อนจนเหงื่อออกและมีสิ่งสกปรกอื่นๆ มากมายทำให้กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ตุ๊กตา โดยเฉพาะตุ๊กตาสำหรับเด็กควรซักเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อให้ไม่กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ก่อนซักควรเช็คคำแนะนำและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพราะตุ๊กตาบางรุ่นนั้นไม่สามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้ ผ้าห่ม แม้ว่าการใช้งานของมันแทบจะไม่แตกต่างจากผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน แต่ด้วยความที่พวกมันมีขนาดใหญ่และเราไม่ได้ใช้อยู่เป็นประจำเพราะบางวันก็ร้อนเกินกว่าจะห่มผ้าห่มได้ ประกอบกับความยากในการทำความสะอาดเวลาความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการซักของใช้ภายในบ้านชนิดนี้คือทุกเดือน พรม ควรซักทุกสัปดาห์จากเป็นวัสดุที่เราใช้ทำความสะอาดเท้าอยู่เสมอแถมยังใช้วันละหลายครั้ง ดังนั้นมันจึงก่อให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกได้ง่ายกว่าของใช้ประเภทอื่น ซักของใช้ภายในบ้านอย่างไรให้สะอาดหมดจดปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย การซักในเครื่องซักผ้าเพียงอย่างเดียวไม่อาจทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียตายจนหมดได้ ดังนั้นการซักของใช้ภายในบ้านเพื่อให้สะอาดหมดจดนั้นควรซักน้ำร้อนในอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส หลังจากซักเสร็จแล้วให้นำเอาไปตากแดดโดยตรงทันทีหรือนำไปอบในเครื่องอบผ้า นอกจากจะช่วยให้สะอาดหมดจดแล้วยังช่วยให้กลิ่นหอมติดยาวนานอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังของใช้ภายในบ้านบางอย่างที่อาจจะไม่สามารถซักด้วยน้ำร้อนหรือนำไปอบได้ #ความถี่ในการซักของใช้ภายในบ้าน #สาระเรื่องซักผ้า #เคล็ดลับครัวเรือน