ข้อสำคัญของการเลี้ยง “แรคคูน”

พบกันอีกครั้งกับ สัตว์เลี้ยง แสนน่ารัก “แรคคูน” สัตว์ขนฟูสีเข้มตัวอ้วนที่เลี้ยงลูกด้วยนม มีความโดดเด่นของร่างกายที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนสัตว์ตัวใดบนใบหน้าสีขาวที่มีแถบสีดำคาดจากตาไปเป็นแถบตลอดแก้ม แลดูคล้ายเหมือนโจรสวมหน้ากาก กระจายพันธุ์ไปทั่วในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกากลางในหลายพื้นที่ ทั้งในป่า หรือแม้แต่ชุมชนของมนุษย์ ซึ่งหากเป็นในประเทศญี่ปุ่นสมัยก่อนก็คงมีแต่คนมองว่าแรคคูนเป็นสัตว์ที่มีความลี้ลับและบ้างก็ว่าเป็นภูตแนว ๆ เดียวกับตัวทานูกิ ด้วยลักษณะภายนอกและการใช้ชีวิตอยู่ในป่าที่มีความเจ้าเล่ห์หน่อย ๆ ยามใกล้ชิด แต่ในเวลานี้เมื่อเกิดเทรนด์การเลี้ยงแรคคูนในญี่ปุ่นจำนวนมากจนมีคาเฟ่แรคคูนมากมายให้ได้ไปอุ้มน้องมาถ่ายรูปกันก็ทำให้ประเทศต่าง ๆในแถบอเมริกาและเอเชีย รวมถึงประเทศไทยพากันเลี้ยงแรคคูนตามกันมาด้วยเช่นกัน ซึ่งหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่หลงไหลในความอ้วนจ้ำม่ำของแรคคูนจนอยากเลี้ยงแล้วล่ะก็ต้องมารู้ข้อสำคัญของการเลี้ยงแรคคูนกันก่อนนะ! 3 เรื่องสำคัญของการเลี้ยง “แรคคูน” การเลี้ยงแรคคูนต้องมีกรงนกขนาดใหญ่รองรับ การเลี้ยงแรคคูนจะต้องใช้กรงขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแรงและทนทาน เพราะนอกจากแรคคูนจะเป็นสัตว์ที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมากแล้วก็ยังไม่ค่อยอยู่นิ่ง มักปีนป่ายเดินไปเดินมาและกระโดดด้วยจนหากใช้กรงขนาดกลางหรือขนาดเล็กเท่าตัวเขาก็อาจจะทำให้แรคคูนกดดันและอึดอัดได้ ซึ่งกรงที่เหมาะสมที่สุดควรจะอยู่ในรูปแบบกรงเพาะบังคับลักษณะเป็นกรงเดี่ยว แบ่ง 2 ห้องได้ยิ่งดี มีแผงกั้นกลาง พื้นที่ขนาดกว้าง 2.00cm ลึก 1.05 cm สูง1.00cm และมีขาสูง. 20 cm จึงจะเหมาะแก่การรองรับแรคคูน การเลี้ยงแรคคูนต้องศึกษาความซนของแรคคูนให้ดีก่อน การเลี้ยงแรคคูน คุณจะต้องมั่นใจก่อนว่าจะรับมือกับความซนของเขาไหวหรือไม่ เพราะถึงแม้แรคคูนจะเป็นสัตว์ที่มีขนฟูน่ารักเหมือนตุ๊กตาและช่างคลอเคลีย แต่ก็มีนิสัยโดยปกติที่ซุกซนอย่างมาก ช่างหยิบช่างจับ ช่างรื้อค้นสิ่งของต่าง ๆ โดยเฉพาะของกินและของที่ตัวเองไม่เคยพบเห็น มักจะปีนป่ายไปนู่นมานี่บ่อย แถมยังต้องเลี้ยงให้เขาออกมาเล่นข้างนอกสลับกับอยู่ในกรงด้วย เพราะแรคคูนไม่ชอบการอยู่แต่ในพื้นที่จำกัดเป็นสี่เหลี่ยมติดต่อกันนาน […]